อุจจาระตกค้างในลำไส้ ส่งผลเสียต่อสุขภาพเรา มากแค่ไหน?

เป็นความจริงที่เราไม่สามารถปฏิเสธได้ ว่าทุกคนมีความเข้าใจตรงกันว่า การขับถ่ายของเสียในแต่ละวัน คือการขับถ่ายกากอาหารที่เราทานเข้าไปในวันนั้นๆ ทั้งหมด และเมื่อเรารับประทานอาหารในวันใหม่ หลังจากร่างกายดูดซึมสารอาหารแล้ว ก็จะขับถ่ายกากอาหารออกมาอีก ร่างกายจะทำอย่างนี้เป็นระบบวนไปทุกวัน ซึ่งนั่นเป็นความเข้าใจที่ผิด

เพราะถึงแม้ว่าร่างกายจะขับถ่ายของเสียออกมาก็จริง แต่ไม่น่าเชื่อ ว่าในลำไส้ของเราจะยังคงมีของเสียและอุจจาระตกค้างอยู่ ไม่สามารถขับถ่ายออกไปได้และสะสมจนเกิดเป็นตะกรันในลำไส้ ส่งผลเสียต่อระบบการทำงานของลำไส้และระบบอื่นๆ ในร่างกายเป็นลูกโซ่

ทำไมอุจจาระยังคงตกค้างในลำไส้
เพราะอาหารที่เรารับประทานในแต่ละวัน อาจมีอาหารที่ย่อยง่ายและย่อยยาก ยิ่งบางคนรีบ เคี้ยวอาหารไม่ละเอียด เลือกทานแต่อาหารที่มีกากใยน้อย ดื่มน้ำน้อยและขับถ่ายไม่เป็นเวลา โอกาสที่อุจจาระจะตกค้างในลำไส้ จะยิ่งมีสูงมากและตกค้างเป็นจำนวนมาก จนส่งผลให้เกิดการสะสมเป็นตะกรันและไขมันเกาะผนังลำไส้

ผลเสียที่ร่างกายจะได้รับ เมื่ออุจจาระตกค้างสะสม
สำหรับผลเสียที่ร่างกายจะได้รับจากอุจจาระตกค้างนั้น นอกจากประสิทธิภาพในการย่อยและดูดซึมอาหารจะลดลงแล้ว ยังส่งผลเสียในด้านอื่นๆ อีกหลายประการ ไม่ว่าจะเป็น อาการปวดศีรษะไม่เกรน เวียนหัว อ่อนเพลีย เพราะเลือดไหลเวียนไม่สะดวก เกิดอาการปวดท้อง ท้องอืด ท้องเฟื้อและท้องผูกเรื้อรัง เสี่ยงต่อการเป็นโรคกระดูกพรุน ปวดเมื่อยตามร่างกาย ปวดกล้ามเนื้อ ปวดหลัง ปวดไหล่ นอนไม่หลับและเกิดปัญหาผิวสารพัดรูปแบบ ทั้งผิวหมองคล้ำ เป็นสิว ฝ้ากระ จุดด่างดำและริ้วรอยแห่งวัย

โดยในส่วนของวิธีการแก้ไขปัญหาอุจจาระตกค้างเบื้องต้นนั้น การเลือกรับประทานแต่อาหารที่มีประโยชน์ ทานอาหารที่มีกากใยสูง อย่างผักและผลไม้ จะช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงานได้ดีขึ้น โดยเฉพาะกล้วยและมะละกอ นอกจากจะช่วยให้ระบบขับถ่ายเป็นปกติแล้ว ยังช่วยล้างพิษออกจากลำไส้ได้อีกด้วย

ล้างและดีท็อกซ์ลำไส้ด้วย บีฟิต จาก บริษัทเกศรา บ้านอมตะสมุนไพร
นอกจากการเลือกรับประทานผักและผลไม้ให้มากขึ้นแล้ว การดีท็อกซ์ลำไส้ด้วย Befit จาก บริษัทเกศรา บ้านอมตะสมุนไพร (ketsara) เป็นอีกหนึ่งวิธีการทำความสะอาดลำไส้ที่ได้ผลดีและมีประสิทธิภาพ ช่วยให้ลำไส้สะอาด กำจัดอุจจาระตกค้าง กำจัดคราบตะกรันและไขมันสะสมได้อย่างยอดเยี่ยม ที่สำคัญ ช่วยขับสารพิษให้ออกจากร่างกายได้เป็นอย่างดี

เพราะฉะนั้น หากใครกำลังพบว่าตนเองมีปัญหาท้องผูกและมีอุจจาระตกค้าง อย่าลืมเลือกทานแต่อาหารที่มีกากใยสูงและเลือก Befit จาก บริษัทเกศรา บ้านอมตะสมุนไพร (ketsara) ของเรา เป็นตัวช่วยในการดีท็อกซ์ลำไส้กันนะคะ รับรองได้เลยว่า ลำไส้จะสะอาด ปราศจากอุจจาระตกค้างกวนใจอย่างที่เคยเป็นมาแน่นอน

ภัยเงียบของลำไส้อุดตัน ที่อาจเป็นอันตรายถึงชีวิต!

โดยปกติแล้ว ร่างกายของเราจะแสดงอาการผิดปกติเมื่อเกิดอาการเจ็บป่วย ไม่ว่าจะเป็นอาการปวดหัว ปวดตามเนื้อตัว ตัวร้อน เจ็บคอ ส่งผลให้เราสามารถรักษาอาการที่เกิดขึ้นเหล่านี้ได้อย่างทันท่วงที แตกต่างจากอาการผิดปกติที่เกิดขึ้นกับ “ลำไส้” นอกจากลำไส้จะอยู่ภายในร่างกาย ทำให้เรามองไม่เห็นแล้ว หากลำไส้เกิดภาวะอุดตัน ยังใช้เวลานานมากกว่าจะแสดงอาการ ทำให้เราไม่สามารถป้องกันหรือรักษาให้หายได้ ยิ่งบางคนมารู้ตัวเมื่อสายเกินไป ก็ยิ่งทำให้เสี่ยงต่อการเสียชีวิตสูงมากเลยทีเดียว

อาการอุดตันของลำไส้ ที่เป็นอันตรายจนอาจเสี่ยงเสียชีวิต
สำหรับภาวะ “ลำไส้อุดตัน” นั้น เกิดขึ้นจากช่องทางเดินลำไส้อุดตันทั้งหมดหรือตีบแคบ ซึ่งเป็นผลมาจากการมีอุจจาระตกค้างในลำไส้สะสม ทำให้เกิดอาการท้องผูก ขับถ่ายไม่สะดวก ยิ่งเมื่อลำไส้มีอุจจาระสะสมมากเข้า การลำเลี้ยงอาหาร น้ำ น้ำย่อยและของเหลวต่างๆ ไม่สามารถทำได้ตามปกติ ส่งผลให้เกิดอาการแน่นท้อง จุกเสียด ปวดถ่ายแต่ถ่ายไม่ออก คลื่นไส้อาเจียน ซึ่งอาการเหล่านี้จะค่อยๆ รุนแรงมากขึ้น จนร่างกายเสี่ยงต่อภาวะอันตรายถึงขั้นเสียชีวิตได้ ซึ่งผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นจากภาวะลำไส้อุดตันและมีอันตรายจนเสี่ยงเสียชีวิต ได้แก่

1.อาเจียนออกมาเป็นสีแปลกๆ เป็นสีเขียว สีน้ำตาลและมีกลิ่นคล้ายอุจจาระ
2.ท้องอืด ท้องป่อง คลำพบก้อนเนื้อบริเวณท้องน้อย และลมหายใจมีกลิ่นผิดปกติ
3.เสี่ยงภาวะลำไส้แตก ทำให้เกิดเยื่อบุช่องท้องอักเสบรุนแรง
4.ลำไส้ติดเชื้อรุนแรง เสี่ยงทำให้เกิดภาวะติดเชื้อในลำไส้ ทำให้ลำไส้ทะลุ
5.ลำไส้เน่าตายจากการขาดเลือด เนื่องจากการไหลเวียนเลือดของลำไส้ไม่เป็นไปตามปกติ ทำให้เกิดความดันในลำไส้สูง อาจทำให้ลำไส้ทะลุและเกิดภาวะแทรกซ้อนอื่นๆ ที่เป็นอันตราย

ทั้งหมดนี้ล้วนแล้วแต่ทำให้ร่างกายเสี่ยงต่อการเสียชีวิตทั้งสิ้น หากรู้ตัวช้าหรือปล่อยให้เกิดอาการรุนแรงโดยไม่รีบไปพบแพทย์ เปอร์เซ็นต์การเสียชีวิตถือว่ามีสูงมากเลยทีเดียว

ดีท็อกซ์ลำไส้ ช่วยให้ลำไส้สะอาด ลดการอุดตัน
ในส่วนของการดูแลลำไส้เบื้องต้น การรับประทานแต่อาหารที่ย่อยง่ายและมีกากใยสูง เป็นวิธีการลดภาวะอุจจาระตกค้างในลำไส้ที่ดี แต่ถึงแม้จะกล่าวอย่างนั้น อุจจาระที่ตกค้างในลำไส้ก็จะยังไม่หมดไป ซึ่งวิธีทำความสะอาดลำไส้แบบสะอาดหมดจด คือการ “ดีท็อกซ์” เพราะการดีท็อกซ์จะช่วยขับล้างสารพิษ อุจจาระตกค้างและไขมันที่เกาะตามผนังลำไส้ให้ออกมาพร้อมกับการขับถ่ายได้ทั้งหมด ช่วยให้ลำไส้สะอาด และลดความเสี่ยงต่อการเกิดลำไส้อุดตันได้ ซึ่งการดีท็อกซ์ลำไส้มีหลายวิธี แต่วิธีที่ถือว่าง่ายและปลอดภัยคือการรับประทานผลิตภัณฑ์ดีท็อกซ์แบบซองอย่างบีฟิต จาก บริษัทเกศรา บ้านอมตะสมุนไพร ที่มีคุณสมบัติพิเศษ ช่วยขับล้างสารพิษตกค้าง กระตุ้นการทำงานของลำไส้ ช่วยให้ลำไส้กลับมาสะอาดและทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพอีกครั้ง

ดังนั้น สำหรับใครไม่อยากเสี่ยงเกิดภาวะลำไส้อุดตันแบบไม่รู้ตัว จนทำให้เสี่ยงต่อการเสียชีวิตเอาได้ หรืออยากหมดห่วงกับอาการท้องผูกจริงๆ ซักที อย่าลืมใช้ Befit จาก บริษัทเกศรา บ้านอมตะสมุนไพร (ketsara) เป็นตัวช่วยกันนะคะ

ลำไส้สะอาด ช่วยลดไตรกลีเซอร์ไลน์ในเส้นเลือดได้

เมื่อพูดถึง “ไตรกลีเซอร์ไลน์” หลายคนอาจยังไม่แน่ชัดนัก ว่าสารอาหารประเภทนี้คืออะไร มีประโยชน์หรือมีโทษต่อร่างกายแค่ไหน บางคนเคยได้ยินบ่อยครั้ง แต่ไม่ได้สนใจ เพราะคิดว่าเป็นเรื่องไกลตัว ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว ไตรกลีเซอร์ไลน์กับร่างกายของเรามีความสัมพันธ์กัน ถ้าไตรกลีเซอร์ไลน์อยู่ในระดับปกติ ร่างกายจะไม่ได้รับโทษใดๆ จากไตรกลีเซอร์ไลน์ แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่ร่างกายมีไตรกลีเซอร์ไลน์สูง นั่นย่อมเท่ากับว่า ร่างกายเสี่ยงอันตรายหรือเสี่ยงต่อการมีภาวะเจ็บป่วยเข้าแล้วก็ได้

ไตรกลีเซอร์ไลน์เกิดจากอะไร
“ไตรกลีเซอร์ไลน์” เป็นสารอาหารประเภทไขมันชนิดหนึ่ง ร่างกายได้รับจากการรับประทานอาหารเข้าไปและจากการสร้างขึ้นเองโดยตับและลำไส้เล็ก ซึ่งอาหารที่เรารับประทานเข้าไปทุกชนิด ล้วนแล้วแต่มีไตรกลีเซอร์ไลน์ซ้อนอยู่ แต่การสร้างไตรกลีเซอร์ไลน์จะถูกกระตุ้นให้สร้างมากขึ้นเมื่อเราดื่มแอลกอฮอล์ กินอาหารที่มีน้ำตาลสูงและอาหารที่ให้พลังงานมากเกินไป

อันตรายแค่ไหน เมื่อไตรกลีเซอร์ไลน์ในเลือดสูง
โดยปกติแล้ว ร่างกายจะขจัดไตรกลีเซอร์ไลน์ออกจากเลือดอย่างรวดเร็วเพียงแค่ 2 – 3 ชั่วโมงเท่านั้น ทำให้ระดับไตรกลีเซอร์ไลน์ในเลือดไม่สูง แต่ในคนที่พบว่าร่างกายไม่สามารถขจัดไตรกลีเซอร์ไลน์ออกไปได้ แม้เวลาจะผ่านไป 8 – 12 ชั่วโมงแล้วก็ตาม แสดงว่า ร่างกายของคนๆ นั้น มีปัญหาในการขจัดไตรกลีเซอร์ไลน์แล้ว ทำให้ไตรกลีเซอร์ไลน์ในเลือดสูงและมีภาวะเสี่ยงอันตราย ดังนี้

1.เสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด
2.เสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจขาดเลือด เป็นอัมพฤกษ์ อัมพาต เนื่องจากปริมาณไตรกลีเซอร์ไลน์ที่สูงมากทำให้เลือดข้น เหนียวจับตัวเป็นลิ่มเลือดและอุดตันหลอดเลือด
3.เสี่ยงต่อการเกิดโรคตับอ่อนอักเสบ
4.เสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งเต้านม

ซึ่งสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดภาวะไตรกลีเซอร์ไลน์ในเลือดสูง นอกจากจะเกิดจากภาวะร่างกายไม่สามารถขจัดไตรกลีเซอร์ไลน์ได้ตามปกติแล้ว การรับประทานอาหารที่มีไตรกลีเซอร์ไลน์สูง และมีภาวะลำไส้อุดตันเนื่องจากมีอุจจาระตกค้าง ก็เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้เกิดภาวะไตรกลีเซอร์ไลน์ในเลือดสูงได้เช่นกัน

วิธีการป้องกันไตรกลีเซอร์ไลน์และไขมันในเลือดสูง
สำหรับวิธีป้องกันไตรกลีเซอร์ไลน์และไขมันในเลือดสูงนั้น เบื้องต้นควรเลือดรับประทานแต่อาหารที่มีไขมันต่ำ เน้นทานผักและผลไม้ ทานอาหารที่มีกากใยสูง และทำความสะอาดลำไส้ให้สะอาด เพราะลำไส้ที่สะอาดจะช่วยให้ระบบย่อยอาหารและระบบขับถ่ายทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ไม่ทำให้เกิดไตรกลีเซอร์ไลน์และไขมันในเลือดสูง ซึ่งวิธีการทำความสะอาดลำไส้นั้น การดีท็อกซ์ถือว่าเป็นวิธีที่ดีที่สุด ที่จะช่วยให้ลำไส้สะอาดอย่างแท้จริง เพียงดื่ม บีฟิต จาก บริษัทเกศรา บ้านอมตะสมุนไพร ผลิตภัณฑ์ดีท็อกซ์เพื่อสุขภาพที่ช่วยให้การทำความสะอาดลำไส้เป็นเรื่องง่าย ลำไส้จึงสะอาด ทำงานอย่างเต็มประสิทธิภาพและไม่เสี่ยงต่อการเกิดไตรกลีเซอร์ไลน์และไขมันในเลือดสูง อย่างที่หลายคนต้องเจอ

เพราะฉะนั้น หากไม่อยากเสี่ยงไตรกลีเซอร์ไลน์และไขมันในเลือดสูง ต้องไม่พลาดดีท็อกซ์ลำไส้ให้สะอาดด้วย Befit จาก บริษัทเกศรา บ้านอมตะสมุนไพร (ketsara)

หยุดปัญหาเชื้อราในลำไส้ ด้วยการดีท็อกซ์

เมื่อพูดถึงเชื้อรา หลายคนอาจคุ้นเคยกับเชื้อราบนผิวหนัง เชื้อราบนหนังศีรษะและเชื้อราในร่มผ้า มากกว่าเชื้อราในลำไส้ เพราะลำไส้เป็นอวัยวะภายในที่เราไม่สามารถมองเห็น เมื่อเกิดเชื้อราขึ้นจึงไม่มีใครรู้ แต่ขอบอกเลยว่า การเกิดเชื้อราในลำไส้นั้น สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน และไม่ส่งผลดีต่อสุขภาพของเราอย่างแน่นอน

สาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดเชื้อราในลำไส้
สำหรับสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดเชื้อราในลำไส้นั้น ขออธิบายให้ทุกคนเข้าใจก่อนว่า ในลำไส้ของเรามีเชื้อราอยู่ก่อนแล้ว คือมีทั้งเชื้อรา จุลินทรีย์และแบคทีเรีย ซึ่งหากสิ่งเหล่านี้มีปริมาณที่เหมาะสมและสมดุล จะทำให้ลำไส้มีสุขภาพที่ดีและทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ แต่ถ้าลำไส้มีเชื้อรามากเกินกว่าปกติ จะทำให้เชื้อราไปแย่งพื้นที่ของแบคทีเรียและจุลินทรีย์ที่ดีในลำไส้ ทำให้ลำไส้เสียสมดุล ซึ่งสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดเชื้อราในลำไส้มากเกินปกตินั้น มีสาเหตุมาจากหลายปัจจัย โดยหนึ่งในนั้น คือภาวะลำไส้ย่อยอาหารได้ไม่ดี เกิดภาวะอาหารตกค้าง จนเป็นสาเหตุให้เชื้อราเติบโตอย่างรวดเร็วนั่นเอง

เชื้อราในลำไส้ ส่งผลเสียต่อสุขภาพอย่างที่ใครก็คาดไม่ถึง
แน่นอนว่า เมื่อร่างกายส่วนใดก็ตามเกิดปัญหา อวัยวะส่วนอื่นๆ ย่อมได้รับผลกระทบตามไปด้วย โดยในส่วนของผลเสียที่จะเกิดขึ้นกับร่างกาย เมื่อมีเชื้อราในลำไส้ ได้แก่

1.มีปัญหาเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหาร ทำให้เกิดอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ ปวดมวนท้อง เกิดท้องผูก ท้องเสีย ขับถ่ายไม่ออก ทำให้เกิดกรดไหลย้อนและริดสีดวงทวาร
2.ทำให้เกิดเลือดออกตามไรฟัน ลมหายใจมีกลิ่น มีผ้าที่ลิ้น ลิ้นเป็นแผลและริมฝีปากล่างบวม
3.ทำให้มีเชื้อราที่ผิวหนังและเล็บ เกิดผิวหนังอักเสบ มีกลิ่นตัวและมีเหงื่ออกในตอนกลางคืน
4.ระบบสืบพันธุ์และปัสสาวะเสี่ยงต่อการติดเชื้อเรื้อรัง ประจำเดือนมาไม่ปกติ

หยุดเชื้อราในลำไส้อย่างไรให้ปลอดภัย
การหยุดเชื้อราในลำไส้ให้ปลอดภัยนั้น สามารถทำได้ด้วยการเลือกรับประทานแต่อาหารที่สะอาด ปราศจากเชื้อรา และควรเป็นอาหารที่สุก สดใหม่ ที่สำคัญควรดีท็อกซ์ลำไส้ให้สะอาด เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการย่อยอาหารและขับถ่ายของเสียด้วย ซึ่งการดีท็อกซ์นั้น สามารถทำได้ด้วยการล้างสวนลำไส้ หรือเพียงแค่ดื่มบีฟิต จาก บริษัทเกศรา บ้านอมตะสมุนไพร ก็สามารถทำความสะอาดลำไส้ให้สะอาดหมดจดได้เช่นกัน แต่ถ้าหากใครพบว่าตนเองมีเชื้อราในลำไส้ระดับรุนแรง การพบแพทย์และทานยาฆ่าเชื้อจะเป็นวิธีการที่ดีที่สุด แต่ถ้าอาการยังไม่รุนแรง ลองใช้วิธีการดีท็อกซ์ด้วย Befit จาก บริษัทเกศรา บ้านอมตะสมุนไพร (ketsara) ก็นับว่าเป็นวิธีล้างลำไส้และฆ่าเชื้อราให้หมดไปจากร่างกายได้อย่างยอดเยี่ยมเช่นกัน

ดังนั้น สำหรับใครที่อยากหมดห่วงกับปัญหาน่าปวดหัวเหล่านี้แล้วล่ะก็ อย่าพลาดกันนะคะ

อันตราย! ท้องผูกเรื้องรังรักษาไม่หาย เสี่ยงเป็นลำไส้โป่งพอง

เราทุกคนทราบดีอยู่แล้วว่า การทำงานของระบบต่างๆ ในร่างกายนั้น จะทำงานสานสัมพันธ์กัน ถ้าทุกระบบในร่างกายเป็นปกติ ประสิทธิภาพในการทำงานของอวัยวะต่างๆ ก็จะดีตามไปด้วย สามารถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพและไม่มีโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ มากวนใจ แต่ถ้าอวัยวะใดอวัยวะหนึ่งมีปัญหาขึ้นมา นั่นย่อมเท่ากับว่า อวัยวะอื่นๆ อาจได้รับผลกระทบเป็นลูกโซ่เช่นเดียวกัน โดยเฉพาะอาการท้องผูก ที่ส่งผลกระทบและส่งผลเสียต่อร่างกายหลายประการ ทำให้อาการท้องผูกเรื้อรัง อาจเป็นอันตรายมากกว่าที่คิดเอาก็ได้

ท้องผูกเรื้องรัง ทำให้เกิดลำไส้โป่งพองได้อย่างไร
เพราะเมื่อลำไส้เกิดภาวะท้องผูก ระบบการขับถ่ายของเสียจะมีประสิทธิภาพในการทำงานลดลง จากที่เคยขับถ่ายของเสียได้หมด หรือเหลือตกค้างในลำไส้เพียงเล็กน้อย กลายเป็นว่าลำไส้ไม่สามารถขับของเสียออกไปได้ ทำให้เกิดอุจจาระตกค้าง เกิดตะกรันในลำไส้และมีไขมันเกาะผนัง ทำให้ลำไส้ทำงานหนักขึ้น ขับถ่ายได้ไม่ดี แต่มีอุจจาระตกค้างในลำไส้เพิ่มมากขึ้นทุกวัน ส่งผลให้ลำไส้ยิ่งสะสมของเสีย ซึ่งสิ่งที่แย่ไปกว่านั้น คือเมื่อพยายามเบ่งถ่ายอุจจาระ แต่ถ่ายไม่ออก จะเกิดแรงดันในผนังลำไส้ ทำให้ผนังส่วนที่อ่อนแอโป่งพองออกมานั่นเอง

อันตรายที่มากับความเงียบ เพราะอาการที่ไม่แสดงให้เห็นเมื่อเป็นลำไส้โป่งพอง
เพราะลำไส้เป็นอวัยวะที่อยู่ภายในร่างกาย การตรวจสอบความผิดปกติถือว่าเป็นเรื่องที่ยากมาก และที่เป็นอันตรายที่สุดคือ อาการของลำไส้โป่งพองนั้น แทบจะไม่มีอาการอะไรที่แสดงให้เห็นเลยว่าเรากำลังเป็นลำไส้โป่งพอง จะมีเพียงอาการปวดท้อง ท้องอืด ปวดตึงๆ เท่านั้น ซึ่งเป็นอาการทั่วไปของผู้ที่มีอาการท้องผู้อยู่แล้ว ทำให้เราไม่สามารถรู้ได้เลยว่าลำไส้ของเราเสี่ยงอันตรายร้ายแรงแค่ไหน

โดยในส่วนของผลเสียที่อาจเกิดขึ้นกับร่างกาย หากปล่อยให้เกิดลำไส้โป่งพอง คือภาวะลำไส้อักเสบรุนแรง จนทำให้ลำไส้ทะลุ เสี่ยงต่อการเกิดฝีในท้อง ทะลุเข้ากระเพาะปัสสาวะและทำให้เกิดอาการลำไส้อุดตันรุนแรงได้

รักษาลำไส้โป่งพองเบื้องต้น ด้วยการดีท็อกซ์ลำไส้
จากที่กล่าวมาข้างต้น สาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดภาวะลำไส้โป่งพองนั้น เป็นเพราะลำไส้มีอาการท้องผูก ขับถ่ายไม่สะอาด ซึ่งอาจเป็นผลมาจากการมีอุจจาระตกค้างจำนวนมาก ทำให้การขับถ่ายเป็นเรื่องยาก วิธีการแก้ไขที่ดีละปลอดภัย คือการดีท็อกซ์ลำไส้ล้างพิษ เพื่อล้างตะกรัน อุจจาระตกค้าและไขมันเกาะผนังให้หมดไป ลำไส้จะได้ทำงานได้ดีขึ้น ขับถ่ายสะดวกและมีเกิดอาการท้องผูกอย่างที่เคยเป็น

เรียกได้ว่า อาการท้องผูกนั้น เป็นอันตรายต่อสุขภาพมากกว่าที่เราคิดจริงๆ โดยในส่วนของการดีท็อกซ์ลำไส้ล้างพิษนั้น ขอแนะนำให้เลือกการดีท็อกซ์ที่มีประสิทธิภาพด้วย บีฟิต จาก บริษัทเกศรา บ้านอมตะสมุนไพร ผลิตภัณฑ์ดีท็อกซ์เพื่อสุขภาพที่มีความปลอดภัยสูง ดื่มง่าย ไม่เสี่ยงอันตราย แต่ล้างลำไส้และขับสารพิษออกจากลำไส้ได้อย่างหมดจด ลำไส้สะอาด พร้อมกลับมาทำงานอย่างเต็มประสิทธิภาพ ยอดขายอันดับต้นๆ จาก บริษัทเกศรา บ้านอมตะสมุนไพร (ketsara) ที่ถ้าใครกำลังมีปัญหาเรื่องเหล่านี้อยู่ ไม่ควรพลาดกันนะคะ

ทำไมการขับถ่ายทุกวันจึงยังไม่เพียงพอ จำเป็นต้องดีท็อกซ์

หลายคนมีความเชื่อว่า การขับถ่ายทุกวันแสดงว่าร่างกายเป็นปกติ นั่นเป็นเพราะมีคนจำนวนไม่น้อยที่มีภาวะท้องผูกและขับถ่ายไม่สะดวกนั่นเอง ส่งผลให้การขับถ่ายเป็นปกติทุกวัน ถือว่าเป็นสัญญาณของการมีสุขภาพที่ดีอย่างหนึ่งเช่นกัน

ขับถ่ายทุกวัน ใช่ว่าลำไส้จะสะอาด
ที่กล่าวอย่างนี้ เพราะในแต่ละวันเราทุกคนรับประทานมากกว่า 3 มื้อ และในแต่ละมื้อมีทั้งอาหารหนัก อาหารเบา อาหารย่อยง่ายและอาหารย่อยยาก ทำให้การสะสมของเสียในลำไส้กว่า 3 – 4.5 กิโลกรัม แม้ร่างกายจะขับถ่ายของเสียทุกวันก็ตาม และที่ส่งผลเสียมากที่สุด คือ ของเสียสะสมเหล่านี้ เมื่อหมักหมมไปนานๆ จะกลายเป็นตะกรันที่ส่งผลเสียต่อสุขภาพและระบบการทำงานของร่างกายหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นระบบย่อยอาหารไม่สามารถย่อยอาหารได้ดี ระบบดูดซึมสารอาหารที่ดีไม่สามารถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ทำให้ร่างกายอ่อนแอและเสี่ยงต่อการเป็นโรคต่างๆ ทั้งโรคภูมิแพ้ โรคกระดูกพรุน มะเร็งลำไส้และอีกหลายโรคที่อาจขึ้นจากการขับถ่ายไม่เป็นปกติ

ดีท็อกซ์ลำไส้ให้สะอาด ด้วยบีฟิต
สำหรับการดีท็อกซ์ลำไส้ด้วยผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพนั้น ถือว่ากำลังเป็นที่พูดถึงมากที่สุดในตอนนี้ เพราะเป็นขั้นตอนที่ปลอดภัย ไม่เสี่ยงอันตราย แต่ส่งผลดีต่อสุขภาพมากกว่าการดีท็อกซ์แบบล้างสวนลำไส้ ซึ่งหนึ่งในผลิตภัณฑ์ดีท็อกซ์ที่ดีที่สุดที่เราอยากแนะนำ นั่นก็คือบีฟิต จาก บริษัทเกศรา บ้านอมตะสมุนไพร เป็นผลิตภัณฑ์เพื่อที่ได้รับการคิดค้นและคัดสรรส่วนผสมที่ดีต่อการดีท็อกซ์ลำไส้อย่างปลอดภัย ช่วยให้ทุกคนสามารถดีท็อกซ์ลำไส้ได้ง่ายๆ ด้วยตัวเองที่บ้าน

โดยในส่วนของประโยชน์ของ befit จาก บริษัทเกศรา บ้านอมตะสมุนไพร (ketsara) นั้น บีฟิตช่วยทำความสะอาดของเสียที่ตกค้าง ขจัดคราบไขมันที่เกาะตัวอยู่ที่ผนังลำไส้ กระตุ้นลำไส้ให้ขับถ่ายคล่องและระบบดูดซึมทำงานเป็นปกติ ซึ่งจากประสิทธิภาพในการดีท็อกซ์เหล่านี้ ส่งผลให้ ลำไส้ได้ขับล้างสารพิษ ป้องกันมะเร็งลำไส้ ป้องกันลำไส้อักเสบ ป้องกันมะเร็งตับ มะเร็งเต้านม ป้องกันกระดูกพรุน ช่วยลดน้ำหนัก ลดปัญหาผิวหมองคล้ำ ปัญหาสิวและช่วยปรับผิวให้สว่าง กระจ่างใสอย่างที่ใครก็คาดไม่ถึง

เพราะฉะนั้น หากใครยังเข้าใจผิดว่า การขับถ่ายทุกวันเพียงพอแล้วสำหรับการทำความสะอาดลำไส้ ขอบอกเลยว่าคุณเข้าใจผิด เพราะลำไส้ยังคงมีกากอาหารตกค้างเป็นคราบตะกรันเกาะอยู่ที่ผนังลำไส้และสะสมหมักหมมจนทำให้ลำไส้ทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ ดังนั้น ลำไส้จึงจำเป็นต้องดีท็อกซ์กันบ้างเช่นกัน และการดีท็อกซ์ที่ดีและปลอดภัยนั้น ต้องยกให้ befit จาก บริษัทเกศรา บ้านอมตะสมุนไพร (ketsara) เลยค่ะ เพราะเราเลือกใช้ส่วนผสมปลอดภัยที่ดีต่อสุขภาพสุดๆ อย่างแน่นอน

ทำไม? ร่างกายคนเราต้องการ “การดีท็อกซ์”

ในแต่ละวันร่างกายของเราเผชิญมลภาวะทั้งจากภายนอก และภายใน ทำให้ของเสีย และสารพิษที่ได้รับมาถูกเก็บกัก ตลอดจนสะสมไว้เป็นเวลานาน ไม่ว่า จะเป็นอากาศที่มีควันเสีย น้ำดื่มที่ไม่สะอาด อาหารที่ไม่ถูกสุขอนามัย มีเชื้อโรค และสารก่อมะเร็งปนเปื้อน ซึ่งสิ่งที่เราสัมผัสอยู่นั้นต่างก็เป็นปัจจัยที่ทำให้เราเกิดความเสี่ยงที่จะเป็นโรคต่างๆ ได้ในอนาคต ไม่ว่าจะธรรมดา หรือ ร้ายแรงก็ตาม ดังนั้นการดีท็อกซ์เพื่อกำจัดของเสียสะสมเหล่านี้จึงเป็นสิ่งที่เราควรที่จะทำบ้าง เพื่อรักษาสุขภาพของเราให้แข็งแรง และปลอดภัยจากสารพิษเหล่านี้

ซึ่งการทำดีท็อกซ์ เพื่อขจัดสารพิษออกจากร่างกาย สามารถทำได้หลายวิธีด้วยกัน เช่น การสวนล้างลำไส้ การทำซาวน่า การนวดตามจุดของร่างกาย การรับประทานผักผลไม้ที่มีกากเส้นใยสูง หรือ สมุนไพร ตลอดจนผลิตภัณฑ์ที่มีเส้นใยอาหารสูง และการออกกำลังกาย เป็นต้น ซึ่งวิธีเหล่านี้ต่างก็ช่วยลดปริมาณสารพิษในร่างกายได้ระดับหนึ่งหลังจากที่ทำดีท็อกซ์ไป จึงส่งผลให้ร่างกายเราสามารถดูดซึมสารอาหารได้ดีขึ้น ผิวพรรณจึงสดใส เปล่งปลั่ง ไม่หมองคล้ำ หรือ เกิดโรคและโทษภัยในระยะยาวจากของเสียที่สะสมอยู่เป็นอันมาก

แต่อย่างไรก็ดี การดีท็อกซ์ด้วยผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพอย่าง บีฟิต ที่อัดแน่นด้วย โอลิโกฟรุคโตส ที่มีประโยชน์ที่ผลิตจาก บริษัทเกศรา บ้านอมตะสมุนไพร ก็มีส่วนช่วยให้ร่างกายกลับมามีสุขภาพที่แข็งแรง สดใส และปราศจากของเสียที่หมักหมมกันอยู่ในลำไส้เป็นเวลานาน เพราะ โอลิโกฟรุคโตส หรือที่เรียกกันง่ายๆ ว่า ใยอาหารธรรมชาตินั้นจะเป็นตัวที่จะช่วยเพิ่มจำนวนของแบคทีเรียที่ดี อย่างเช่น แลคโตบาซีลัส บิฟิโดแบคทีเรีย ให้มีความสมดุลขึ้น พร้อมทั้งช่วยควบคุมและกำจัดปริมาณแบคทีเรียก่อโรคในร่างกาย ช่วยลดสารพิษหลายชนิดที่อาจสะสมตามผนังลำไส้จึงมีผลทำให้ระบบขับถ่ายดี พร้อมทั้งยังกระตุ้นการสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่ร่างกายจนสามารถต่อสู้กับเชื้อโรคต่างๆ ทั้งยังช่วยป้องกันมะเร็งในลำไส้ใหญ่ให้แก่ผู้ที่มีอาการท้องผูกเรื้อรังอีกด้วย นอกจากนี้โอลิโกฟรุคโตสยังช่วยเพิ่มปริมาณการดูดซึมแคลเซียมจากอาหารให้สามารถเข้าสู่ร่างกายมากและดียิ่งขึ้น จึงส่งผลให้กระดูกและฟันแข็งแรง พร้อมทั้งป้องกันกระดูกพรุนและโรคโลหิตจางในอนาคตได้อีกด้วย

ดังนั้น การดีท็อกซ์ด้วยการรับประทาน โอลิโกฟรุคโตส จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่มีความปลอดภัย และก่อให้เกิดประโยชน์ต่อร่างกายมากทีเดียว ดังนั้นครั้งต่อไปของการทำดีท็อกซ์อย่าลืมลองใช้ befit ที่อุดมไปด้วย โอลิโกฟรุคโตส กันดูนะคะ รับรองว่าไม่มีผิดหวังแน่นอน

8 สูตรลับของ “บีฟิต” ที่คนรักสุขภาพห้ามพลาด!

สุขภาพที่ดีเป็นสิ่งที่ทุกคนฝันหา แต่การที่จะมีสุขภาพที่ดีนั้น จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องมีการบำรุงดูแลร่างกายอย่างสม่ำเสมอ โดยเริ่มต้นการดูแลจากภายในเพื่อผลลัพธ์ที่ดีจะได้เผยออกสู่ภายนอก ซึ่งวันนี้เรามีข้อมูลดีๆ ของบีฟิตมาฝากกันค่ะ ว่า บีฟิต จากบริษัทเกศรา บ้านอมตะสมุนไพรช่วยอะไรเราได้บ้าง?

ก่อนอื่นหลายคนอาจสงสัยว่า บีฟิต หรือ befit คืออะไร บีฟิตก็คือ อาหารเสริมประเภทดีท็อกซ์ตัวหนึ่งที่มีส่วนผสมจากธรรมชาติที่อุดมไปด้วยเส้นใยอาหารจึงช่วยให้ระบบขับถ่ายของเราสามารถขับของเสียสะสมออกมาได้สะดวก ก่อให้เกิดความปลอดภัย และมีผลช่วยบำรุงร่างกายจากภายในอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็น

1.การช่วยกระตุ้นให้ลำไส้ถ่ายได้คล่องขึ้นเนื่องจากผลิตภัณฑ์บีฟิตนั้นมีส่วนผสมที่ได้มาจากสารสกัดธรรมชาติที่มีความปลอดภัยและมีใยอาหาร (Fiber) ที่สูงจึงมีส่วนช่วยทำให้เกิดการกระตุ้นการขับถ่ายได้ง่าย และคล่องมากขึ้น

2.ช่วยป้องกันโรคท้องผูก ซึ่งเหมาะกับบุคคลที่มีปัญหาท้องผูกเรื้อรังถ่ายลำบากกว่าจะอุจจาระได้แต่ละทีเป็นเหนื่อยก่อนจึงทำให้บีฟิตกลายเป็นตัวช่วยที่ได้ผลตัวหนึ่งเลยทีเดียว

3.ช่วยขับล้างลำไส้และระบบดูดซึมโดยทั่วไปแล้วนั้นการขับถ่ายตามปกติของเราจะไม่สามารถขับสารพิษตลอดจนของเสียที่เกิดขึ้นภายในลำไส้ออกมาได้หมดจึงมักก่อให้เกิดการสะสมของเสียเป็นเวลานานมากตามรอยพับรอยย่นของผนังลำไส้ยิ่งภายในลำไส้นั้นมีผนังที่ขรุขระมากเพียงใดการเกาะตัวของของเสียก็สามารถเกิดได้ง่ายตามไปด้วยดังนั้นการดีท็อกซ์จึงเป็นสิ่งที่จำเป็นในการช่วยกำจัดของเสียที่ตกค้างดังกล่าวให้ออกมา

4.ช่วยทำความสะอาดของเสียที่ตกค้างลำไส้ของเราก็เหมือนกับท่อน้ำหากมีตะกอนตะกรันหรือเศษผงต่างๆก็อาจจะทำให้การไหลของน้ำไม่สะดวกเพราะเกิดการอุดตันจากสิ่งสกปรกลำไส้ของคนเราก็เช่นกันเมื่อมีการสะสมของเสียอยู่เป็นประจำโดยไม่ถูกกำจัดออกก็มักจะก่อให้เกิดอันตรายจากของเสียที่สะสมนั้นไม่ว่าจะเป็นโรคลำไส้อักเสบ โรคมะเร็งลำไส้ได้ในที่สุด

5.พร้อมทั้งช่วยขจัดคราบไขมันที่เกาะตัวตามผนังลำไส้อีกด้วย

6.ช่วยป้องกันโรคภูมิแพ้ อันเนื่องมาจากสารพิษสะสมในร่างกาย

7.ช่วยในเรื่องของการลดน้ำหนัก แม้ตามความเป็นจริงแล้วการดีท็อกซ์นั้นไม่ได้มีผลช่วยให้น้ำหนักเราลดลงแต่อย่างไรแต่การดีท็อกซ์ด้วยผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพอย่างบีฟิตก็มีส่วนช่วยทำให้น้ำหนักลดลงจากเดิมได้เนื่องมาจากไขมันบางส่วนในร่างกายถูกขับออกไปบ้าง

8.ช่วยลดปัญหาสิวอุดตัน อันเนื่องมาจากของเสียที่สะสมได้ถูกกำจัดออกไป

สุดท้ายนี้ หวังว่า 8 สูตรลับที่นำมาฝากกันวันนี้ คงจะเป็นประโยชน์สำหรับทุกคนที่จะเริ่มลองดูแลร่างกายตนเองด้วยผลิตภัณฑ์ของเกศรา (ketsara) กันนะคะ

ทำไม “บีฟิต” ถึงกินแล้วเห็นผลจริง

จากคำโปรยที่กล่าวกันว่า “บีฟิต (befit) จาก บริษัทเกศรา บ้านอมตะสมุนไพร…. เป็นดีท็อกซ์ที่ต่างจากดีท็อกซ์ยี่ห้ออื่นๆ

บอกเลย ว่าจริงแท้แน่นอนค่ะ เพราะบีฟิตของเราทานได้ง่ายเพียงผสมน้ำเปล่า ในอุณหภูมิปกติ ละลายน้ำ ไม่มีกาก ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น ใสปิ๊ง และสามารถทานได้ทุกเพศทุกวัยไม่มีข้อห้ามเลย และที่สำคัญเหมาะกับคนที่มีโรคประจำตัว อย่าง โรคภูมิแพ้ โรคเบาหวาน คนที่ระบบขับถ่ายไม่ดีพร้อมทั้งเสริมแคลเซียม ให้แก่กระดูกและฟันนอกจากนี้ยังช่วยให้ผิวพรรณสวย ช่วยป้องกันการเกิดโรคมะเร็งตับ มะเร็งเต้านม นอกจากนี้ยังสามารถรักษาสิวฝ้ากระได้ด้วย ช่วยเรื่องการลดน้ำหนักได้ดี ทำให้อิ่มเร็ว ไม่หิว ลดความอยากกินของจุกจิก และเมื่อรับประทานทุกวันผิวจะสดใสและมีออร่าขึ้น

เพราะใน บีฟิต นั้นอุดมไปด้วยสารอาหารที่เรียกกันว่า โอลิโกฟรุคโตส อยู่เป็นจำนวนที่มาก ดังนั้นจึงทำให้ บีฟิต เป็นดีท็อกซ์ที่แตกต่างจากดีท็อกซ์ตัวอื่นอย่างสิ้นเชิง และแน่นอนว่า โอลิโกฟรุคโตส เป็นคำที่เราได้ยินกันอยู่บ้าง แต่น้อยคนนักจะเข้าใจว่ามันคืออะไร วันนี้เรามีข้อมูลดีๆ จากคุณหมอสินดี จำเริญนุสิต กุมารแพทย์ด้านพัฒนาการ และพฤติกรรมเด็กจากโรงพยาบาลเวชธานี ที่ให้ความรู้เรื่องนี้ว่า โอลิโกฟรุคโตส โดยแท้จริง จะเรียกอีกอย่างหนึ่ง คือ ฟรุคโต-โอลิโกแซคคาไรด์ เป็น คาร์โบไฮเดรต ชนิดหนึ่งที่ไม่สามารถถูกย่อยได้ด้วยเอนไซม์ของคน แต่เมื่อลงไปยังลำไส้ใหญ่ ก็จะถูกย่อยด้วยแบคทีเรียในลำไส้ใหญ่ได้ เนื่องจากโอลิโกฟรุคโตสนี้ เป็นสารอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรต ดังนั้น จึงมีประโยชน์แก่ร่างกาย เช่นเดียวกับอาหารตัวอื่นๆ ในกลุ่มคาร์โบไฮเดรต แต่ความพิเศษนั้นจะอยู่ที่ เมื่อลงมาถึงลำไส้ใหญ่จะทำให้เกิดกระบวนการหมักโดยอาศัยแบคทีเรียในลำไส้นั่นเอง ที่จะกระตุ้นให้แบคทีเรียเกิดการเจริญเติบโต เกิดก๊าซและกรดไขมันสายสั้นจำนวนมาก ซึ่งก่อให้เกิดประโยชน์ต่อร่างกายโดยตรง

นอกจากนั้นยังมีผลในการเพิ่มปริมาณกากอุจจาระ และทำให้ขับถ่ายได้ง่าย ตลอดจนคล่องขึ้นอีกด้วยและจุดเด่นอีกอย่างของ “โอลิโกฟรุคโตส” นั่นคือ สามารถเพิ่มแบคทีเรียชนิดที่ดีในลำไส้ ได้แก่ แลคโตบาซิลลัส ไบฟิโดแบคทีเรีย พร้อมทั้งลดปริมาณแบคทีเรียชนิดไม่ดีที่ก่อโรคได้ ช่วยเพิ่มอัตราการดูดซึมแคลเซียมหากรับประทานในปริมาณที่มากพอ และช่วยเพิ่มการสร้างสารภูมิต้านทานต่อมะเร็งอีกด้วย

จากประโยชน์ของโอลิโกฟรุคโตสที่มีมากมายอย่างนี้ จะเห็นได้ว่า การที่ befit จาก เกศรา มีโอลิโกฟรุคโตสอยู่เป็นจำนวนมากในผลิตภัณฑ์ นั้นสามารถช่วยปรับปรุงสุขภาพภายในของเราให้ดี และแข็งแรงกว่าเดิม จึงไม่น่าแปลกใจว่า ทำไมกิน “บีฟิต” แล้วถึงเห็นผลลัพธ์ได้น่าประทับใจสุดๆ อย่างแน่นอน

อุจจาระตกค้างในลำไส้ สาเหตุของโรคอ้วน ที่หลายคนไม่เคยรู้

หากให้พูดถึงสาเหตุสำคัญของโรคอ้วนแล้ว การรับประทานอาหารประเภทแป้ง อาหารที่มีไขมันสูงและอาหารที่มีรสหวานจัดในอัตราส่วนที่เกินกว่าความต้องการของร่างกาย แน่นอนว่า ร่างกายจะสะสมอาหารส่วนเกินเหล่านั้นให้อยู่ในรูปของไขมัน เมื่อมีไขมันสะสมมากๆ เข้า น้ำหนักจึงเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ จนทำให้เกิดเป็นโรคอ้วนในที่สุด ยิ่งใครที่ขาดการออกกำลังกายด้วยแล้ว ยิ่งเสี่ยงต่อการมีภาวะน้ำหนักขึ้นอย่างรวดเร็วมากเข้าไปใหญ่

ทำไมอุจจาระตกค้างถึงทำให้อ้วน
นอกจากการรับประทานอาหารเกินกว่าความต้องการของร่างกายจะเป็นสาเหตุหลักให้เกิดโรคอ้วนแล้ว หลายคนอาจไม่เคยรู้ว่า การมีอุจจาระตกค้างในลำไส้มากๆ ก็เป็นอีกหนึ่งสาเหตุให้น้ำหนักตัวเพิ่มมากขึ้น น้ำหนักลดลงยากและกลายเป็นโรคอ้วนได้เช่นกัน ซึ่งนั่นเป็นผลมาจากอุจจาระที่ตกค้างในลำไส้ เกิดการสะสมตัวมากขึ้นเรื่อยๆ จนมีปริมาณมาก นอกจากจะทำให้น้ำหนักตัวเพิ่มมากขึ้นโดยไม่รู้สาเหตุและพยายามลดน้ำหนักเท่าไหร่น้ำหนักก็ไม่ยอมลดแล้ว อุจจาระที่ตกค้างในลำไส้จำนวนมาก ยังเป็นตัวขัดขวางการทำงานของระบบย่อยอาหารและการขับถ่าย ทำให้ย่อยอาหารได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ อาหารที่ไม่ย่อยเปลี่ยนไปไขมันสะสม อาหารที่ขับถ่ายออกไม่ได้ ก็ยิ่งตกค้างในลำไส้เพิ่มมากยิ่งขึ้น เสี่ยงต่อการเป็นโรคท้องผูกเรื้องรัง ลำไส้อุดตัน และลำไส้โป่งพองในอนาคตได้

ดีท็อกซ์ลำไส้ให้สะอาด กำจัดอุจจาระตกค้าง ลดความอ้วนอย่างได้ผล
หลายคนอาจเคยได้ยินมาบ้าง ว่าการดีท็อกซ์ลำไส้ช่วยลดน้ำหนักได้ ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว การดีท็อกซ์ไม่ได้ช่วยลดน้ำหนัก แต่ช่วยขับถ่ายของเสียจำนวนมากให้ออกไปจากลำไส้ เมื่อของเสียที่ค้างสะสมจำนวนมากถูกขับออกมาแล้ว ลำไส้จึงสะอาด ไม่เหลือของเสียตกค้าง พุงยุบและทำให้น้ำหนักลดลงตามไปด้วย ในบางคนอาจลดได้ถึง 5 – 8 กิโลกรัม หากดีท็อกซ์ด้วยสูตรธรรมชาติติดต่อกัน ยิ่งใครที่เลือกดีท็อกซ์ด้วย บีฟิต จาก บริษัทเกศรา บ้านอมตะสมุนไพร ด้วยแล้ว อาจลดน้ำหนักได้สูงถึง 12 กิโลกรัมเลยทีเดียว ด้วยเพราะ Befit จาก บริษัทเกศรา บ้านอมตะสมุนไพร (ketsara) นั้น ไม่เพียงแต่ขับล้างอุจจาระตกค้างในลำไส้ให้หมดไปเท่านั้น แต่ยังขับสารพิษ คราบตะกรันสะสมและไขมันเกาะผนัง ให้หมดไปแบบไม่เหลือสิ่งสกปรกใดๆ ตกค้าง ลำไส้จึงสะอาด ทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพอีกครั้ง และน้ำหนักลดลงเร็วอย่างได้ผล

คราวนี้ใครที่เคยสงสัยว่าทำไมพยายามลดน้ำหนักแล้ว น้ำหนักถึงไม่ยอมลดเสียที มีแต่น้ำหนักเพิ่มมากขึ้นจนน่าตกใจ อย่าลืมลองดีท็อกซ์ด้วยบีฟิต กันดูนะคะ รับรอรงว่า สารพัดปัญหาน่าหนักใจเหล่านี้จะเบาบางลงได้ ง่ายกว่าที่คิดแน่นอน